1. ''Tendrel Nyensel' มนตราที่ได้รับพรจาก Guru Padmasambhava.
“OM MUNI, MUNI, MAHA MUNI, DURU DURU, ZAYA MU KYE, SOHA.
Chi nang sang wei, tendrel nye tsok, tham chey, shi shing, lek tsok, tham chey, phel shing, gyey par, gur chig."
สวดมนตรานี้ 21 จบ
มนตราบทนี้มีพลังในการชะล้างเหตุการณ์อัปมงคลทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ทั้งที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้น พร้อมทั้นำให้ความปราถนาของเราทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตเป็นจริง
2. The Mantra of Dependent Arising (Dharani of Dependent Origination)
"OM, YE DHARMA HETU PRABHAVA HETUN TESCHAN TATHAGATO HEY VADAT TESHAN CHA YO NIRODHA EVAM VADI MAHA SHRAMANAH YE SOHA”
ในเหตุการณ์ที่เราไม่อาจหาพระสงฆ์ มาทำการปลุกเสกของศักสิทธิ์ของเราได้ ไม่ว่าจะเป็น สถูป มาลา ที่เก็บเงิน บ้านใหม่ รถใหม่ ฯลฯ เราสามารถสวดมนต์บทนี้ด้วยจิตใจที่เป็นกุศลได้ หลังจากอาราธนาพระรัตนตรัยแล้ว
ก่อนเราจะเปิดและหลังจากปิดลิ้นชักเก็บเงิน, สวดมนต์บทนี้ 3-7 ครั้ง แล้วถวายดอกไม้หรือข้าวสาร อีกทั้งเราต้องสวดมนต์บทนี้ด้วยใจที่เป็นกุศล และมีความปราถนาที่เป็นกุศลด้วย
3. มนตราเพื่อการนอนหลับ
"HEY HEY LAYO BAG TAYA"
มนตราบทนี้จะเอื้อประโยชน์ให้กับคนที่มีปัญหาในการนอนหลับ
โดยการสวดมนต์บทนี้ 7 ครั้ง แล้วเป่าลงในแก้วน้ำแล้วดื่มก่อนนอน หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้มือทั้งสองข้างบังจมูกและปาก แล้วสวดมนต์บทนี้ 7 ครั้งแล้วเป่าใส่มือ จะทำให้เราสูดลมหายใจที่มีมนตราบทนี้อยู่เข้าไปด้วย ทั้งนี้จะช่วยให้ปัญหาในการนอนดีขึ้น
Showing posts with label มนตรา. Show all posts
Showing posts with label มนตรา. Show all posts
November 23, 2011
May 31, 2010
มนตรา พระไภษัชคุรุพุทธเจ้า
เพื่อชำระล้างจิตใจ ร่างกายและกรรมที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ พร้อมทั้งทำให้เกิดสุขภาพที่ดีและไม่ทำให้เกิดในที่ต่ำ

Acknowledgement to Ms. Ella Brewer for allowing us to use the material above in this blog. For more information on her work, please visit http://www.pureview.co.nz/
ธยาถะ โอม เบคันเซ เบคันเซ มหา เบคันเซ(เบคันเซ)ราซะ ซามุกาเต โสหะ (8X)

Acknowledgement to Ms. Ella Brewer for allowing us to use the material above in this blog. For more information on her work, please visit http://www.pureview.co.nz/
ธยาถะ โอม เบคันเซ เบคันเซ มหา เบคันเซ(เบคันเซ)ราซะ ซามุกาเต โสหะ (8X)
May 15, 2010
มนตรา กรีน ทารา
July 09, 2009
มนตรา
โอม มะนี ปัดเม ฮุม
มนตรานี้เป็นหนึ่งในมนตร์ที่ได้รับการสวดภาวนาด้วยความเคารพเทิดทูนมากที่สุดบทหนึ่งในโลก และเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นมนตราแห่งพระพุทธะผู้เมตตา องค์พระพุทธะแห่งเมตตานี้เป็นที่รู้จักกันอย่างลึกซึ้งในนามขององค์กวนอิมในหมู่ชนชาวจีน ในนามองค์เชนเรซิกในชนชาวธิเบต ในนามพระอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤตโบราณแห่งภารตประเทศ หรือองค์แคนนอนในประเทศญี่ปุ่น
มนตราอันปรากฎในพยางค์ ๖ พยาางนี้ดูเรียบและง่ายแก่การท่องบ่น แต่สิ่งอันเรียบง่ายนี้ประกอบไปด้วยพระธรรมคำสอนแห่งพระพุทธองค์ทั้งสิ้น ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ นับว่าเป็นมนตราอันเป็นหัวใจของธรรมทั้งปวง แม้เพียงความเมตตาเพียงเล็กน้อยที่เราแผ่ออกไปในชีวิตประจำวันของเรา เราย่อมมีความผูกพันเกี่ยวโยงกับพระมหาเมตตาขององค์อวโลกิเตศวรอย่างมิต้องสงสัย
ดังที่ ท่านลามะ โซปา รินโปเช ได้ปรารภไว้แล้วว่า แม้เราภาวนามนตรานี้เพียงคาบเดียว พลังอันบริสุทธิ์แห่งมนตร์จะชำระจิตวิญญาณ ปลดปล่อยความยืดถือในตัวตนและกรรมอันเ็ป็นลบ แม้เพียงการสวดเพียงหนึ่งครั้ง ท่านจะได้รับอานิสงส์ดังหนึ่งว่าได้ถวายทานแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลายอันนับประมาณมิได้ ดังนั้นจึ่ง
เป็นสิ่งดีงามที่จะได้สวดภาวนามนตรานี้และได้เข้าใจความหมายของพยางค์ทั้งหกด้วย
พยางค์ที่หนึ่งคือ โอม อันประกอบจาก อะ, อุ และ มะ ทั้งสามนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งกาย วาจา และใจ ทั้งที่ยังไม่บริสุทธิ์ของเรา และกาย วาจา ใจ ที่บริสุทธิ์ผุดผ่องแล้วแห่งพระพุทธเจ้า ไม่มีสรรพสัตว์ในกัปกัลป์ใดที่ปราศจากมลทินโทษและมีคุณสมบัติพร้อม นั่นคือกระบวนการที่ำดำเนินมาอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการชำระ
กาย วาจา ใจ อันไม่บริสุทธิ์ของเราไปสู่สภาวะอันบริสุทธิ์แห่งธรรม
พยางค์ที่ ๒ และ ๓ คือ มณิ อันมีความหมายว่า แก้วอันมีค่า เป็นสัญลักษณ์แห่งปัจจัยของอุปายะ ความรักความเมตตา ความตั้งใจแก่ผู้อื่นเพื่อบรรลุสู่การรู้แจ้ง แม้เพียงการเป็นแก้วที่ทรงค่าก็ย่อมขจัดเสียซึ่งความยากจนและอุปสรรค์ทั้งหลาย เฉกเช่นเดียวกับความปรารถนาอันทรงคุณค่าของสรรพสัตว์และความตั้งใจที่จะมุ่งสู่การตรัสรู้ มิใช่เพียงเพื่อตนเองเท่านั้น หากยังประโยชน์แก่สรรพชีวิตทั้งปวงด้วย ดังที่องค์ดาไล ลามะได้ทรงกล่าวไว้แล้ว
พยางค์ที่ ๔ และ ๕ คือ ปัทเม อันมีความหมายว่า ดอกบัว เป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญาญาณ ดอกบัวนั้นงดงามแต่กลับเกิดมาจากโคลนตมอันเปรอะเปื้อน ฉันใดก็ดี เหมือนดั่งปัญญาซึ่งเมื่อเกิดแล้วก็จะนำพาเราทั้งหลายออกจากความขัดแย้งทั้งปวง
พยางค์สุดท้าย คือ ฮุม หมายถึง ภาวะที่แ่บ่งแยกมิได้ หรือ ญาณทัศนะอันเป็นเอกภาพของอุปายะและปัญญาเพื่อบรรลุถึงความบริสุทธิ์ ด้วยเหตุนี้ พยางค์ทั้งหก คือ โอม มณิ ปัทเม ฮุม จึงหมายความถึง การปฏิบัติแห่งมรรคซึ่งประกอบด้วยเอกภาวะแห่งอุปายะและปัญญา เมื่อเราปฏิบัติแล้วก็จักยกจิตวิญญาณของตนให้ล่วงพ้นจากความไม่บริสุทฺธิ์ของกาย วาจา และใจ ขึ้นสู่ความบริสูทธิ์ดังเช่น กาย วาจา และใจแห่งพุทธะ
แต่งและเรียบเรียงโดย Thubten Namdak of LDC, Malaysia.
แปลโดย คุณพงษ์ศักดิ์ พรหมมา
แปลโดย คุณพงษ์ศักดิ์ พรหมมา
Subscribe to:
Posts (Atom)

